|
วัตถุประสงค์ในการศึกษา
1.เพื่อให้นักศึกษาสามารถ
ทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นได้โดยถูกกฎหมาย
1.1.การพิสูจน์บุคคล
1.2.การหาระยะเวลาการตาย
1.3.การหาเหตุตาย
1.4.การหาพฤติการณ์ในการตาย
2.เพื่อให้นักศึกษาทราบ
กฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ เกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพ
2.1
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
2.2
กฎกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพ
2.3
ระเบียบตำรวจเกี่ยวกับคดี ว่าด้วยการชันสูตรพลิกศพ
3.เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความสามารถในการตรวจในการตรวจผู้ป่วยทางคดี
3.1 ผู้ป่วยบาดเจ็บกรณีต่างๆ
3.2 ผู้ป่วยทางนิติจิตเวช
ความแตกต่างของนิติจิตเวชกับจิตเวช
ผู้ป่วยนิติจิตเวชกับการตกเป็นผู้ต้องหา จำเลย
และผู้ต้องขัง
หลักกฎหมายในด้านการตรวจผู้ป่วยนิติจิตเวช
ข้อควรระวังในการตรวจรักษา
3.3 ผู้เสียหายกรณีถูกข่มขืน
4.เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นพยาธิสภาพของการตายจาก
4.1
ถูกของแข็งไม่มีคม
4.2
ถูกของแข็งมีคม
4.3
ถูกกระสุนปืนและ/หรือวัตถุระเบิด
4.4 การผูกคอตาย
4.5 จมน้ำตาย
4.6
ถูกกระแสไฟฟ้าลัดวงจร
4.7
การตายจากถูกความร้อน การตายอื่นๆ
วิธีการศึกษา
1.ศึกษาโดยการฟังการบรรยายจากคณาจารย์
2.ศึกษาโดยการดูศพและผู้ป่วยทางนิติเวช
ผู้เสียหายจากการถูกข่มขืน และผู้ป่วยทางนิติจิตเวช
3.ศึกษาโดยการทำหัตถการ
ในการชันสูตรและผ่าศพ ปฏิบัติการในห้องปฏิบัติการณ์ต่างๆ
เช่น งานพิษวิทยา งานชีวเคมี
4.ศึกษาโดยการอภิปรายหมู่
5.ศึกษาโดยการค้นคว้าด้วยตนเอง
สถานที่ศึกษา
สถาบันนิติเวชวิทยาและโรงพยาบาลตำรวจ
การประเมินผลการศึกษา
1.โดยการสอบตอบคำถามปรนัย
2.โดยการสังเกตการณ์ของคณาจารย์
เกี่ยวกับการสนใจในการเรียนและการทำหัตถการ
3.โดยการเขียนรายงานการดำเนินหัตถการ
รายละเอียดในแต่ละหัวข้อวิชา
1.การศึกษาในการชันสูตรและผ่าศพ
1.1
นักศึกษาสามารถประมาณระยะเวลาการตายจากการเปลี่ยนแปลงของศพได้ตามหลักวิชา
กลไกในการเกิดลิวิดิตี้ ริจิดิตี้ การเปลี่ยนแปลงทางเคมี
การตรวจปริมาณอาหารในกระเพาะอาหาร
การเน่า การเกิดสภาพไม่เน่าสลายตัว
1.2
นักศึกษาสามารถตั้งคำถาม
และมีความรู้ในการตรวจสิ่งประกอบอื่นๆเพื่อสอบหาระยะเวลาการตายได้
1.3
นักศึกษามีความรู้
และสามารถบันทึกสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการพิสูจน์บุคคลจากศพได้
1.4
นักศึกษาสามารถแยกบาดแผลถูกของแข็งมีคมจากของแข็งไม่มีคมได้
1.5
นักศึกษาสามารถบอกความแตกต่างระหว่างบาดแผลทางเข้ากระสุนปืนกับทางออกกระสุนปืนได้
1.6
นักศึกษาสามารถบอกประโยชน์ในการผ่าศพทางนิติเวชได้
1.7
นักศึกษาสามารถเลือกเก็บพยานวัตถุจากศพในกรณีต่างๆเพื่อประโยชน์ในทางการสืบสวนสอบสวน
และสนับสนุนกระบวนการยุติธรรม
1.8
นักศึกษาสามารถควบคุมการเก็บรักษาสภาพศพ
1.8.1 เพื่อไม่ให้วัตถุพยานสูญหาย
1.8.2
เพื่อไม่ให้ศพเปลี่ยนสภาพจากการเน่าเปื่อย
1.9.นักศึกษาสามารถเขียนใบรายงานการผ่าศพได้ถูกต้อง
และมีข้อมูลชัดเจน
รวมถึงการรายงานสิ่งตรวจไม่พบที่สำคัญต่อการสอบสวน
2.
นักศึกษามีความรู้ในการพิสูจน์บุคคลวิธีต่างๆ
และผลความเชื่อถือได้ของแต่ละวิธี
2.1
วิธีที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์(non-scientific
method)
2.2
วิธีวิทยาศาสตร์( scientific
method)
2.2.1
การตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ
2.2.2 การตรวจสภาพฟัน
2.2.3 การตรวจสารพันธุกรรม
2.3
การตรวจภาพเชิงซ้อน
3.
เกี่ยวกับการปฏิบัติการทางชีวะเคมี
3.1.นักศึกษาเข้าใจหลักการ
และทำการตรวจหาน้ำอสุจิโดยวิธีแอซิดฟอสฟาเตสได้
และประโยชน์ในการตรวจ
3.2.นักศึกษาเข้าใจวิธีการตรวจหาตัวอสุจิในห้องปฏิบัติการณ์
และประโยชน์ในการตรวจ
3.3.นักศึกษาสามารเลือกวิธีเก็บชีวะวัตถุเพื่อส่งตรวจหา
น้ำอสุจิ ตัวอสุจิ การตรวจหาหมู่เลือด หรือการตรวจหา
D.N.A.
3.4.นักศึกษาเข้าใจหลักการตรวจหา
D.N.A. จากชีววัตถุต่างๆ เช่น
เลือด กระดูก เส้นผม และประโยชน์ของการตรวจ
4.เกี่ยวกับพิษวิทยา
4.1.
นักศึกษาเข้าใจหลักการตรวจหาแอลกอฮอล์ในเลือด
4.2. นักศึกษาเข้าใจ ปริมาณ
และกลไกของแอลกอฮอล์ในการออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
4.3.
นักศึกษาเข้าใจหลักการตรวจหาสารพิษ ชนิดต่างๆพอสังเขป
4.4.
นักศึกษาสามารถเลือกส่ง
ชีวะวัตถุชนิดต่างๆให้เหมาะสมในการตรวจหาสารพิษแต่ละชนิด
5.เกี่ยวกับกฎหมาย
5.1.
นักศึกษาเข้าใจระบบนิติเวชศาสตร์ในประเทศและระบบอื่นๆ
5.2.
นักศึกษาเข้าใจกฎหมายและอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการชันสูตรและตรวจศพ
5.3.
นักศึกษาเข้าใจกฎหมายที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
และจริยธรรม
5.4.
นักศึกษาสามารถเขียนใบชันสูตรพลิกศพร่วมกับพนักงานสอบสวนให้ถูกต้องและเป็นธรรม
|