ยินดีต้อนรับ

สถาบันนิติเวชวิทยา มีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะพัฒนาองค์กรให้ทันกับความต้องการเทคโนโลยีทาง นิติเวชศาสตร์ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของกระบวนการยุติธรรม ในการป้องกันและตรวจจับการกระทำผิดต่อร่างกายและชีวิต

  • header1.jpg
  • header2.jpg
  • header3.jpg

You are here:

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ กลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน

ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางนิติชีวเคมีและดีเอ็นเอ (Forensic Biochemistry and DNA)  ประกอบด้วยการตรวจพิสูจน์คราบของเหลวในร่างกาย การตรวจ หมู่เลือด และการตรวจรูปแบบสารพันธุกรรม (DNA) เพื่อประกอบหลักฐานในคดีเกี่ยวกับการพิสูจน์เอกลักษณ์ บุคคล และในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ จากตรวจวิเคราะห์และตรวจเปรียบเทียบวัตถุพยานต่างๆ จากที่เกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัย หรือผู้เสียหาย และเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด หรือความสัมพันธ์ทางเครือญาติสายมารดาหรือบิดา โดยการตรวจวิเคราะห์จากสิ่งส่งตรวจที่เป็นชีววัตถุต่างๆ เช่น คราบเลือด คราบน้ำลาย คราบอสุจิ เส้นผม เส้นขน เลือดชิ้นเนื้อ กระดูกอ่อน กระดูก ฟัน เป็นต้น

การทดสอบที่ให้บริการ

1. การตรวจพิสูจน์คราบเลือด เลือด และหมู่เลือด

2. การตรวจพิสูจน์คราบอสุจิและตัวอสุจิ

3. การตรวจวิเคราะห์ DNA (STR หรือ microsatellite)ได้แก่

3.1 การตรวจวิเคราะห์ DNAบนโครโมโซมร่างกาย(Autosomal-STR)

3.2 การตรวจวิเคราะห์ DNA บนโครโมโซมเพศ (Y-STR และ X-STR)

3.3 การตรวจวิเคราะห์ DNA ในไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial DNA)

กระบวนการดำเนินการของห้องปฏิบัติการกลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน

การตรวจทางนิติชีวเคมี และ DNA มีรายละเอียดขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. (เฉพาะพนักงานสอบสวนเท่านั้น) ในกรณีการส่งตรวจวัตถุพยานหรือการส่งตัวบุคคลมาเพื่อตรวจพิสูจน์ ในคดีเกี่ยวกับการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ  จะต้องทำหนังสือส่งตรวจที่ระบุรายละเอียดของการส่งตรวจพอสังเขป เช่น ต้องระบุชนิดสิ่งส่งตรวจ หรือชื่อตัวบุคคล และที่มาของสิ่งส่งตรวจแต่ละชิ้นโดยละเอียด ต้องระบุวัตถุประสงค์ของการส่งตรวจ เช่น เพื่อตรวจพิสูจน์และตรวจเปรียบเทียบสิ่งส่งตรวจและตัวบุคคล หรือต้องการให้ตรวจเปรียบเทียบกับอะไรและจะให้ดำเนินการอย่างไร ต้องระบุจำนวนชิ้น ของสิ่งส่งตรวจที่นำส่งตรวจ  ในการนำส่งสิ่งส่งตรวจจะต้องส่งมาในสภาพที่เรียบร้อย บรรจุหีบห่อหรือภาชนะผนึกเรียบร้อยไม่แตกรั่วหรือไม่มีลักษณะที่น่าจะถูกปนเปื้อนได้ มีการติดฉลากซึ่งระบุชื่อและชนิดของสิ่งส่งตรวจแต่ละชิ้นตรงตามที่ระบุมาในหนังสือส่งตรวจ แล้วจึงนำส่งสิ่งส่งตรวจพร้อมหนังสือนำส่งมาส่งที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One Stop Service) อาคารสถาบันนิติเวชวิทยา ชั้น 2  สามารถติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 02-2076108-12 ต่อ 2102

2. สำหรับประชาชนทั่วไป ในกรณีตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์สายเลือด หรือความสัมพันธ์ทางเครือญาติสายมารดาหรือบิดา ผู้ที่ขอรับบริการจะต้องทำแฟ้มประวัติและถ่ายภาพที่กลุ่มงานพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล ชั้น 2 อาคารสถาบันนิติเวชวิทยา หลังจากนั้นให้ทำตามขั้นตอนการขอรับบริการการตรวจทางกลุ่มงานพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล สามารถติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 02-2076108-12 ต่อ 2201,2202

การเก็บสิ่งส่งตรวจ

การเก็บสิ่งส่งตรวจประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. การเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บสิ่งส่งตรวจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสิ่งส่งตรวจ โดยผู้เก็บจะต้องเลือกวิธีการเก็บที่เหมาะสมกับชนิดของสิ่งส่งตรวจ และต้องสามารถ สิ่งส่งตรวจ ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดก่อนนำส่งตรวจ จึงจะสามารถจัดเตรียมอุปกรณ์ได้ถูกต้อง เช่น หากต้องการตรวจพิสูจน์ ความสัมพันธ์สายเลือด  เจ้าหน้าที่จัดเตรียมกระดาษ FTA และ foam tip เพื่อเก็บตัวอย่าง เนื้อเยื่อกระพุ้งแก้ม เป็นต้น

2. หลักการ Sterile Technique เพื่อลดการปนเปื้อนสำหรับสิ่งส่งตรวจ อุปกรณ์ที่ใช้บรรจุตัวอย่างต้องเป็นอุปกรณ์ที่ปราศจากการปนเปื้อนจากวัตถุพยานทางชีวภาพอื่นๆ และสามารถเก็บตัวอย่างที่ต้องการส่งตรวจให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ได้รวมถึงสามารถป้องกันการเสียหายต่างๆที่จะเกิดกับตัวอย่างสิ่งส่งตรวจได้

3. หลักการ Universal Precaution สำหรับผู้ที่สัมผัสสิ่งส่งตรวจ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากตัวอย่างที่จะกระจายมาสู่ผู้ปฏิบัติงาน

4. หลักการ Chain of Custody เพื่อให้เกิดความแน่นอนของผลการตรวจกับตัวสิ่งส่งตรวจเป็นวิธีการปฏิบัติโดยทั่วไปโดยต้องมีการยืนยันระบุตัวเจ้าของหรือที่มาของสิ่งส่งตรวจนั้นพร้อมทั้งมีการลงนามผู้เก็บตัวอย่าง ให้ชัดเจนและมีวิธีการติดฉลาก การรับส่งสิ่งส่งตรวจที่ป้องกันการปนเปื้อน ถูกสลับสับเปลี่ยนและสูญหาย ตามหลัก Chain of custody ในทุกขั้นตอนต้องมีการลงนามผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ผู้ส่งตัวอย่าง ผู้รับตัวอย่าง ผู้ตรวจพิสูจน์ และผู้ทำลายตัวอย่าง

วิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจ

ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างมีความแตกต่างกันไปในแต่ละชนิดของตัวอย่างที่ส่งตรวจ

- เลือดให้เจาะเลือดจากหลอดเลือดดำในรูปของเลือดครบองค์ประกอบ (Whole blood) บรรจุในหลอด EDTA หรือ Heparin (กรณีที่ไม่สามารถหาหลอด EDTAได้) เท่านั้น  ปริมาณ 3-5 ลบ.ซม.(cc) แล้วเก็บรักษาในที่เย็น เช่น ตู้เย็น 4-8 C

- คราบเลือด ให้เก็บคราบเลือดแห้ง ในรูปของกระดาษกรองหรือ FTA card หรือ ผ้าก๊อซสะอาด ซึ่งควรมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของวงเลือดเกินกว่า 1 ซม.  แล้วเก็บในที่แห้ง โดยนำคราบเลือดไปวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง อย่างน้อย 1 คืน หรือจนกว่าจะแห้งสนิท แล้วจึงบรรจุในซองกระดาษปิดผนึกเพื่อนำส่ง

-  คราบอสุจิ มักเก็บจากบริเวณที่สงสัยว่าจะมีการหลั่งของน้ำอสุจิเกิดขึ้น หรือ บริเวณที่สงสัยจะมีรอยคราบทางชีววัตถุ เช่น บนพื้นผิวต่างๆ ที่อาจจะมีการกระเซ็นไปติด ควรเก็บและทำให้แห้งแล้วจึงบรรจุในซองกระดาษปิดผนึกเพื่อนำส่ง

- เส้นผม เส้นขน ควรเก็บให้ติดรากผม โดยการถอนอย่างน้อย 5 เส้น แล้วจึงบรรจุในซองกระดาษปิดผนึกเพื่อนำส่ง

- กระดูก ควรเลือกบริเวณที่มีส่วนของเนื้อเยื่อไขกระดูก  มักจะเก็บในรายของศพที่เน่า ปริมาณเกินกว่า 20 กรัมของเนื้อเยื่อไขกระดูก หรือเลือกเก็บกระดูกอ่อน หรือซี่โครง ถ้าศพเน่ามากให้เก็บกระดูกแข็ง เช่น กระดูกต้นขา หรือแขน ขนาดยาวไม่น้อยกว่า 5 นิ้ว และเก็บรักษาในที่เย็น เช่น ตู้เย็นน้อยกว่า 4 C

- เซลล์เยื่อบุข้างแก้ม สามารถเก็บโดยการใช้ FTA foam tip หรือ cotton budที่สะอาด โดยก่อนป้ายควรให้ผู้รับบริการทำความสะอาดในช่องปากด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดก่อน แล้วจึงทำการป้ายโดยใช้ cotton bud ม้วนป้ายภายในกระพุ้งแก้มกลับไปกลับมาประมาณ 10 ครั้ง ส่วน cotton bud ด้านที่ไม่ได้ถูกป้ายให้ใช้กรรไกรตัดทิ้ง หลังจากเก็บเซลล์เยื่อบุข้างแก้มแล้วควรทำให้แห้ง โดยนำ cotton bud ไปวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง อย่างน้อย 1 คืน หรือจนกว่าจะแห้งสนิท แล้วจึงบรรจุในซองกระดาษปิดผนึกเพื่อนำส่ง  

ขั้นตอนหลังการเก็บตัวอย่าง

ควรเก็บรักษาสิ่งส่งตรวจในสภาพที่เหมาะสม และส่งตรวจโดยเร็ว ในทุกขั้นตอนจะต้องคำนึงถึงการป้องกันการปนเปื้อนและการสลับกันของตัวอย่างกับภาชนะบรรจุเป็นสำคัญ

การนำส่งสิ่งส่งตรวจ

ควรนำส่งสิ่งส่งตรวจด้วยความรวดเร็ว เนื่องจากการเก็บสิ่งส่งตรวจไว้นานเกินไป จะมีผลกระทบต่อความถูกต้องของผลการทดสอบได้ การขนส่งสิ่งส่งตรวจมาสู่ห้องปฏิบัติการ ควรนำส่งในกล่องหรือภาชนะพลาสติกที่มีฝาปิดมิดชิด ในกรณีสิ่งส่งตรวจที่ต้องเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 4 C หรือน้อยกว่า ควรแช่น้ำแข็งแห้งหรือสารให้ความเย็นอื่นๆ โดยวางหลอดเก็บสิ่งส่งตรวจและภาชนะเก็บสิ่งส่งตรวจในแนวตั้ง

สถานที่รับสิ่งส่งตรวจ

ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One Stop Service) อาคารสถาบันนิติเวชวิทยา ชั้น 2  ในวันและเวลาราชการ ตั้งแต่ 08.30 – 16.30 .

ขั้นตอนการขอรับบริการการตรวจทางห้องปฏิบัติการกลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน

1. กรณีสิ่งส่งตรวจจากหน่วยงานราชการภายนอก

1.1 เจ้าหน้าที่ผู้นำส่งสามารถส่งวัตถุพยานพร้อมหนังสือนำส่ง ได้ที่ ห้องปฏิบัติการกลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมี สถาบันนิติเวชวิทยา ชั้น 4 โดยทำการติดต่อขอแลกบัตรผ่านได้ที่ อาคารสถาบันนิติเวชวิทยา ชั้น 1  เจ้าหน้าที่ผู้รับจะทำการตรวจสอบหนังสือนำส่งและสิ่งส่งตรวจ ว่ามีรายละเอียดตรงกันหรือไม่ ในหนังสือนำส่งได้ระบุรายละเอียดของสิ่งส่งตรวจและวัตถุประสงค์ที่ต้องการตรวจ รวมถึงชนิดและจำนวนของสิ่งส่งตรวจไว้ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ก่อนที่จะทำการรับสิ่งส่งตรวจไว้

2. กรณีที่ติดต่อด้วยตนเอง

2.1 ทำใบคำร้องของตรวจ กลุ่มงานพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล ชั้น 2

2.2 สามารถนัดหมายวันเวลาที่จะมารับบริการได้ที่กลุ่มงานพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคลชั้น 2หรือติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข 02-2076108-112 ต่อ 2201,2202ในวันและเวลาราชการตั้งแต่ 08.30 – 16.30 .

2.3 ในวันนัด ให้นำหลักฐานที่สำคัญ ได้แก่

- สำเนาใบสูติบัตร สำหรับเด็กที่อายุไม่ถึง 15 ปี หรือ ยังไมมีบัตรประจำตัวประชาชน

- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน    สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport) กรณีที่เป็น ชาวต่างชาติ

- หนังสือส่งตัวหรือหนังสือสำคัญจากหน่วยงานราชการที่ผู้ขอรับบริการต้องการนำผลไปยื่นเช่นสำนักงานเขต, ที่ว่าการอำเภอ สถานทูต เป็นต้น

- เอกสารอื่นๆที่จำเป็นเพื่อใช้เป็นหลักฐาน เช่น คำสั่งหรือหนังสือส่งตรวจจากศาล

2.4 รับฟังคำปรึกษาและคำอธิบายจากแพทย์ ถึงรายละเอียดการให้บริการ ค่าใช้จ่ายและผลการตรวจ

2.5 ผู้ขอรับบริการรับใบแจ้งหนี้เพื่อชำระเงินค่าตรวจ

2.6 กรอกใบลงนามยินยอมเพื่อขอรับการตรวจ

2.7 แพทย์ พยาบาล หรือนักเทคนิคการแพทย์ ทำการเจาะเลือดหรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกฝนในการเก็บเยื่อบุกระพุ้งแก้มมาแล้วในการเก็บเยื่อบุกระพุ้งแก้ม และถ่ายรูป

2.8 ภายหลังการรับบริการเสร็จสิ้นแล้วจะแจ้งวันนัดฟังผล

หมายเหตุ: ข้อ 2.4-2.8 ภายใต้การปฏิบัติหน้าที่กลุ่มงานตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล นต.

การติดต่อขอรับผลการตรวจ

1. กรณีที่มีหนังสือนำส่งมาจากหน่วยงานราชการภายนอก  ผลการตรวจจะส่งไปยังผู้ส่งตรวจ หรือหน่วยงานราชการนั้นๆ 

2. กรณีส่งตรวจด้วยตนเอง  ผู้ขอรับบริการสามารถติดต่อขอรับผลด้วยตนเองโดยจะต้องมีหลักฐานแสดงตน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน โดยมารับในวันเวลาที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ในวันที่มารับบริการ

เอกสารอ้างอิง

คู่มือการเก็บและนำส่งสิ่งส่งตรวจของห้องปฏิบัติการกลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน สถาบันนิติเวชวิทยา

งานพิษวิทยา

Promedical

คู่มือการเก็บตัวอย่างและส่งตรวจของกลุ่มงานพิษวิทยา [อ่านต่อ]

งานนิติพยาธิ

Promedical

ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพ ณ สถานที่เกิดเหตุ  [บทความทั้งหมด]

งานตรวจเลือดชีวเคมีและเขม่าดินปืน

Promedical

คู่มือการเก็บและนำสิ่งส่งตรวจห้องปฏิบัติการของกลุ่มงาน...[อ่านต่อ]

งานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

ภาพถ่ายทางการแพทย์

Promedical

งานถ่ายภาพ เพื่อตรวจพิสูจน์ทราบทางนิติเวช และเพื่อเป็นหลักฐานในชั้นศาล โดยน้นความถูกต้องตามสรีระ [อ่านต่อ]

กลุ่มงานพิเศษ

Promedical

ทำหน้าที่ดูแลรักษาสถานที่พบศพและสภาพศพ เป็นศูนย์รวมข่าวและรับแจ้งเหตุ ประสานงานกำกับดูแลการเก็บศพ