|
ในกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทยยังแยกการชันสูตรพลิกศพกับการผ่าศพออกจากกัน
คือ
ระบุว่าจะทำการผ่าศพต่อเมื่อเจ้าพนักงานผู้ชันสูตรเห็นควรส่งศพหรือชิ้นส่วนของศพให้แพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐทำการผ่าศพ
หรือแยกธาตุ
ถ้าเจ้าพนักงานเห็นว่าการชันสูตรพอรู้สาเหตุการตายแล้ว
ถือว่าการชันสูตรศพรายนั้นเสร็จสิ้นแล้วตามกฎหมาย
ทั้งๆที่วิชานิติเวชศาสตร์ในปัจจุบัน
ถือว่าการชันสูตรพลิกศพแต่เพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ
นิติพยาธิแพทย์ควรพิจารณาเป็นรายๆไปว่า
จะมีเพียงบางรายเท่านั้นที่อาจไม่จำเป็นต้องผ่าศพ
การชันสูตรพลิกศพคือการตรวจดูศพแต่เพียงภายนอก
ซึ่งกฎหมายมีความมุ่งหมายให้ดำเนินการในสถานที่พบศพ
ยกเว้นแต่ว่าการดูในสถานที่นั้นอาจจะทำให้การจราจรติดขัดมาก
หรืออาจจะเป็นที่อุดจาด หรืออาจเป็นอันตรายต่อประชาชนทั่วไป
ก็สามารถเคลื่อนย้ายไปทำยังสถานที่อื่นที่เหมาะสมได้
เห็นได้ว่าสภาพการจราจรในปัจจุบันทำให้อุบัติเหตุจราจรเกือบทุกรายต้องย้ายศพไปตรวจยังที่อื่น
ซึ่งก็มักจะเป็นสถานที่ผ่าศพนั่นเอง
ในกรณีที่แพทย์และพนักงานสอบสวนไปทำการชันสูตร ณ.
ที่พบศพ
แพทย์และพนักงานสอบสวนต้องระมัดระวังที่จะไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อการตรวจหาพยานหลักฐานของเจ้าพนักงานผู้ทำหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วย
แพทย์สามารถใช้การตรวจสถานที่เกิดเหตุเป็นข้อมูลที่ช่วยประกอบการผ่าศพเพื่อที่จะสันนิษฐานพฤติการณ์ตายได้ใกล้เคียงขึ้น
ดังคำว่า “การผ่าศพทางนิติพยาธิเริ่มตั้งแต่ที่เกิดเหตุ”
ในบทนี้จะขอกล่าวถึงการตรวจสถานที่พบศพอย่างพอสังเขป
ซึ่งรวมถึงสิ่งที่ควรปฏิบัติของพนักงานสอบสวนและแพทย์
การตรวจสถานที่พบศพหรือที่เกิดเหตุ (Crime
scene investigation)
การตรวจสถานที่พบศพเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน
ในประเทศไทย
กำหนดให้เป็นหน้าที่ของตำรวจซึ่งประกอบด้วยตำรวจที่ทำหน้าที่พนักงานสอบสวนกับตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานที่จะดำเนินการตรวจหาวัตถุพยานหรือพยานทางกายภาพอื่นๆ
เมื่อเกิดอาชญากรรมขึ้นในทุกกรณีรวมทั้งการตายด้วย
ในอนาคตถ้าหาก ระบบนิติเวชศาสตร์ในประเทศไทยเปลี่ยนไป
แพทย์อาจจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุในกรณีที่มีการตายก็ได้
หลักการตรวจสถานที่เกิดเหตุ
1.
การเตรียมการ
- ต้องมีการวางแผนการดำเนินการ
- เตรียมเครื่องมือการตรวจให้พร้อม
- เตรียมการสำหรับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น
2.
การเข้าค้นหาพยานหลักฐานควรต้องทำให้เป็นระบบที่เตรียมการอย่างเคร่งครัด
3. ตรวจหาอาวุธ และวัตถุพยาน ฯลฯ
4. ตรวจหาร่องรอยการต่อสู้ งัดแงะฯลฯ
5. การดูแลรักษาสถานที่เกิดเหตุ
6. การดำเนินการเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บหรือศพ
หน้าที่ของพนักงานสืบสวนหรือสอบสวนที่เข้าถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก
The first officer at the crime scene
ไม่ว่าพนักงานสอบสวนหรือสืบสวนระดับชั้นยศใดก็ตาม
ถ้าบังเอิญประสบเหตุหรือถูกตามให้เข้าไปในสถานที่พบศพหรือสถานที่เกิดเหตุเป็นคนแรก
ควรปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1.บันทึก วัน เวลา
ที่เข้าไปในที่พบศพหรือที่เกิดเหตุ
2.เข้าที่เกิดเหตุโดยหลีกเลี่ยงการอาจจะทำลายหลักฐานหรือวัตถุพยาน
3.รักษาสถานที่เกิดเหตุมิให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปเป็นอันขาด
4.ถ้ามีผู้บาดเจ็บที่มีอาการหนัก
จะต้องพยายามตามหน่วยรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องหรือที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อนำผู้บาดเจ็บไปรับการรักษาพยาบาลโดยเร็ว
ถึงแม้กว่าการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บอาจจะทำลายพยานวัตถุบางอย่าง
แต่เพื่อการรักษาชีวิต
และถ้าเป็นไปได้ควรมีผู้ร่วมทางไปกับผู้บาดเจ็บด้วย
เนื่องจากอาจจะได้ปากคำของผู้บาดเจ็บในระหว่างทาง
หรือในขณะกำลังจะเสียชีวิต
ซึ่งปากคำนั้นมีคุณค่าต่อการสอบสวนสืบสวนมาก
5.ดำเนินการเกี่ยวกับผู้ตาย
เมื่อมีศพควรพยายามที่จะไม่ทำการใดใดเกี่ยวกับศพ
แต่จะต้องรายงานพนักงานสอบสวนผู้มีหน้าที่ให้ทราบ
เพื่อจะได้ดำเนินการเกี่ยวกับการชันสูตรตามกฎหมาย
6.รายงานผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบ
หรือผู้ร่วมงาน หรือแพทย์ผู้ชันสูตร
เพื่อทำการชันสูตรและขอกำลังสนับสนุน
7.บันทึกเกี่ยวกับอาวุธที่พบในที่เกิดเหตุหรือที่พบศพ
ตำแหน่งที่พบ และความสัมพันธ์ของท่าทางศพกับตำแหน่งของอาวุธ
8.ในบางครั้งอาจพบผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุ
ให้ดำเนินการจับกุมหรือควบคุมตัวไว้ก่อน เพื่อป้องกันการหลบหนี
หรือการทำลายหลักฐาน โดยแจ้งให้ทราบถึงข้อกำหนดตามกฎหมาย(ต่างประเทศ)
จนกว่ากำลังสนับสนุนจะมาถึง
9.สอบสวนผู้อยู่ในเหตุการไปพลางก่อน
มีใครบ้างในที่เกิดเหตุตอนที่พนักงานไปพบ
การถามให้ถามสั้นๆเท่านั้นเพราะหน้าที่หลักคือรักษาสถานที่เกิดเหตุ
ถ้ามีทั้งผู้ต้องสงสัยและพยานอยู่ในที่เกิดเหตุให้แยกที่กักตัวเท่าที่จะทำได้
อย่าแสดงความคิดเห็นต่อพยานหรือคนมุง
แต่ให้พยายามฟังว่าเขาพูดอะไรกันบ้าง
ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพนักงานสอบสวนมาก
ป้องกันสิ่งที่เป็นพยานไม่ให้หายไป
ระหว่างรอกำลังสนับสนุนหรือผู้บังคับบัญชา
การติดต่อกรณีนี้ควรใช้โทรศัพท์
เนื่องจากมีนักข่าวสื่อมวลชนจำนวนมากที่มีวิทยุของตำรวจหรือใช้คลื่นตำรวจ
เพื่อป้องกันการมีคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชันสูตรมาอยู่ในที่เกิดเหตุมากเกินไป
10.มอบการรักษาที่เกิดเหตุให้พนักงานสอบสวน
เพื่อจะรักษาต่อไปจนกว่าการชันสูตรหรือตรวจสถานที่
ได้ทำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหมายความว่าจนกว่าการทำรายงานเกี่ยวกับสถานที่เสร็จสิ้นลงแล้ว
ซึ่งอาจจะใช้เวลาหลายวัน |