แนวทางการตรวจพ่อ แม่ ลูก และการตรวจเอกลักษณ์บุคคล

กลุ่มงานตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับบุคคล สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ มีหน้าที่ในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลในบุคคลที่มีชีวิต และในบุคคลที่เสียชีวิต(ศพ) โดยจะเปรียบเทียบกับ DNA ฟัน ภาพเชิงซ้อน หรือจากรูปพรรณ สัณฐาน ตำหนิ ไฝ ปาน นอกจากนี้ยังตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายโลหิตของบุคคลในครอบครัว เครือญาติ เช่น พ่อ-แม่-ลูก ,พ่อ-ลูก ,แม่-ลูก ,พี่-น้องลุง-หลาน ,ป้า-หลาน เป็นต้น

หลักฐานที่ต้องเตรียมมาในการตรวจสารพันธุกรรม (DNA)

  1. พ่อ-แม่-ลูก บัตรประชาชนพ่อ-แม่ตัวจริง สูติบัตรลูกตัวจริง กรณีเป็นต่างชาติใช้พาสปอร์ตตัวจริงพร้อมสำเนา 2 ใบ

ค่าใช้จ่ายในการตรวจคนละ 5,000 บาท ระยะเวลาผลเสร็จ 30 วันทำการ (โดยประมาณ)

  1. พ่อ-ลูก บัตรประชาชนพ่อตัวจริง และสูติบัตรลูกตัวจริง กรณีเด็กไม่มีเอกสารหรือหลักฐานให้ขอหนังสือส่งตัวมาตรวจจากส่วนราชการที่ต้องการใช้เอกสาร เช่น อำเภอ,เขต หรือคำสั่งจากศาล (เด็กอายุต่ำกว่า 20ปี ต้องมีแม่มาเซ็นให้ความยินยอมในการตรวจ)

ค่าใช้จ่ายในการตรวจคนละ 7,500 บาท ระยะเวลาผลเสร็จ 60 วันทำการ (โดยประมาณ,แล้วแต่กรณี)

  1. แม่-ลูก บัตรประชาชนแม่ตัวจริง และสูติบัตรลูกตัวจริง กรณีแม่ หรือลูก ไม่มีเอกสารหรือหลักฐานมาแสดงให้ขอหนังสือส่งตัวมาตรวจจากส่วนราชการที่ต้องการใช้เอกสาร เช่น อำเภอ,เขต หรือคำสั่งจากศาล (เด็กอายุต่ำกว่า 20ปี ต้องมีคำสั่งศาลให้ความยินยอมในการตรวจ)

ค่าใช้จ่ายในการตรวจคนละ 7,500 บาท ระยะเวลาผลเสร็จ 60 วันทำการ (โดยประมาณ,แล้วแต่กรณี)

  1. พี่-น้อง ให้ขอหนังสือส่งตัวมาตรวจจากส่วนราชการที่ต้องการใช้เอกสาร เช่น อำเภอ,เขต ถ้าคนใดคนหนึ่งมีบัตรประจำตัวให้นำมาแสดงด้วย

ค่าใช้จ่ายในการตรวจคนละ 10,000 บาท ระยะเวลาผลเสร็จ 60 วันทำการ (โดยประมาณ)

  1. ป้า-หลาน,ปู่-หลาน,ลุง-หลาน,ยาย-หลาน ให้ขอหนังสือส่งตัวมาตรวจจากส่วนราชการที่ต้องการใช้เอกสาร เช่น อำเภอ,เขต หรือคำสั่งจากศาล

ค่าใช้จ่ายในการตรวจ

ป้า-หลานสาวเท่านั้น คนละ             10,000           บาท  ระยะเวลาผลเสร็จประมาณ       60 วันทำการ

ลุง-หลานชายเท่านั้น คนละ             7,500             บาท  ระยะเวลาผลเสร็จประมาณ       60 วันทำการ

ปู่-หลานชายเท่านั้น คนละ             7,500             บาท  ระยะเวลาผลเสร็จประมาณ       60 วันทำการ

ยาย-หลาน คนละ                         10,000           บาท  ระยะเวลาผลเสร็จประมาณ         60   วันทำการ

  1. ยื่นคำร้อง                     กรอกแบบฟอร์ม ( 5 นาที )
  2. ตรวจสอบข้อมูลบุคคล บัตรประชาชน สูติบัตร พาสปอร์ต ( 10 นาที )
  3. ชำระค่าตรวจ แผนกการเงิน (15 นาที )
  4. เข้ารับการตรวจ เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ,ถ่ายภาพ (20 นาที )

 

  • ส่วนในกรณีตรวจเปรียบเทียบกับศพ ถ้าต้องการตรวจเพื่อทราบไม่เกี่ยวข้องกับคดี คิดค่าใช้จ่ายในการตรวจตามปกติดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่กรณีถ้าเป็นคดีมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำส่งเพื่อตรวจพิสูจน์ตัวบุคคลไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

การตรวจผู้ต้องหา-ผู้ต้องสงสัย

พนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายจะนำหนังสือนำส่งจากสถานีตำรวจพร้อมผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัยมาเพื่อขอรับการตรวจ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับใบนำส่งว่าถูกต้องครบถ้วนหรือเปล่าพร้อมซักประวัติเบื้องต้น หลังจากนั้นจะแจ้งแพทย์ประจำวันพร้อมเตรียมแบบฟอร์มการตรวจร่างกายให้แพทย์ ต่อจากนั้นแพทย์จะดำเนินการตรวจร่างกายบาดแผล และให้เจ้าหน้าที่เก็บวัตถุพยาน และถ่ายภาพร่องรอยบาดแผลพร้อมนำตัวอย่างที่เก็บส่งให้กลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมีฯ เพื่อตรวจในห้องปฏิบัติการ เมื่อผลเสร็จจะส่งกลับมาที่กลุ่มงานตรวจพิสูจน์ฯ เพื่อเสนอแพทย์แปลผล รวมระยะเวลาผลเสร็จประมาณ 60 วันทำการ (แล้วแต่กรณี)

การตรวจหาอายุ

พนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะนำหนังสือนำส่งจากหน่วยงานราชการนั้นๆ พร้อมบุคคลที่จะทำการตรวจมายังกลุ่มงานตรวจพิสูจน์ฯ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับใบนำส่งและเขียนใบขอการวินิจฉัยและรายงานผลทางรังสีวิทยาไปยังกลุ่มงานทันตกรรมและงานรังสีวิทยาพร้อมใบนำส่งของแพทย์เวรโดยทางพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ที่นำตัวผู้ที่จะรับการตรวจจะเป็นผู้นำเอกสารทั้งหมดไปส่งยังกลุ่มงานทันตกรรม และรังสีวิทยาเพื่อรับการตรวจ หลังจากนั้นทางกลุ่มงานทันตกรรมและรังสีวิทยาจะส่งใบผลแลปกลับมาให้ทางกลุ่มงานตรวจพิสูจน์เพื่อเสนอแพทย์แปลผล

รวมระยะเวลาผลเสร็จประมาณ 30 วันทำการ (หรือแล้วแต่กรณี)

การขอตรวจสอบดูภาพบุคคลสูญหาย

 ให้ญาติของผู้สูญหายนำหลักฐานเอกสารมาแสดงดังนี้

  1. บัตรประชาชนของญาติที่มาติดต่อ
  2. ภาพของผู้สูญหายหรือผู้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่จะให้ญาติกรอกแบบฟอร์ม หลักจากนั้นจะเปิดภาพของศพผู้เสียชีวิตให้ญาติดูว่าใช่หรือใกล้เคียงกับผู้สูญหายหรือไม่ ถ้าใช่ให้ไปติดต่อห้องบริการประชาชนด้านล่างเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ถ้าไม่ใช่ก็จะแนะนำให้ไปติดต่อที่หน่วยงานอื่น